อันตรายจากหัดเยอรมันถ้าตั้งท้อง PDF
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2009 เวลา 15:36 น.

การติดเชื้อในสตรีตั้งครรภ์นั้นเป็นหนึ่งในภาวะที่อาจส่งผลต่อความพิการหรือการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ได้ค่ะ? โดยการติดเชื้อของทารกอาจเกิดตั้งแต่ขณะอยู่ในครรภ์ผ่านทางรกหรือจากการคลอด? โดยผ่านน้ำคัดหลั่งในช่องคลอดหรือเลือดของมารดาขณะคลอดรวมทั้งสามารถผ่านทางน้ำนมแม่หลังคลอด? ซึ่งความรุนแรงของการติดเชื้อในทารกนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของตัวเชื้อด้วย? ช่วงระยะเวลาที่ติดเชื้อรวมทั้งภาวะภูมิคุ้มกันทั้งของแม่และทารก เช่น การติดเชื้อหัดเยอรมันที่จะพูดต่อไปนี้ค่ะ


หัดเยอรมัน

เป็นปัญหาของโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญแม้ว่าจะมีการให้วัคซีนกันแพร่หลายมากขึ้นแต่ก็ยังพบการติดเชื้อนี้ในกลุ่มวัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ และแม่ตั้งครรภ์ได้บ่อย นำไปสู่ปัญหาสำคัญ คือ ภาวะทารกพิการโดยกำเนิดจากการติดเชื้อหัดเยอรมัน
เนื่องจากเชื้อหัดเยอรมันเป็นไวรัสที่ติดจากการสัมผัสโดยตรงต่อสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกและปากของผู้ติดเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 14-21 วัน? หลังจากสัมผัสเชื้อโรคโดยระยะเวลาแพร่กระจายเร็วคือ 7 วันก่อนผื่นขึ้น จนถึง 7 วันหลังผื่นขึ้น


อาการแสดง

ที่พบบ่อย ๆ ได้แก่ มีไข้ต่ำ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะตาแดง คออักเสบ จากนั้นจะมีสภาพผื่นแดงเล็ก ๆ และมีต่อมน้ำเหลืองโต? โดยเฉพาะตรงบริเวณหลังหูและลำคอ? นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 3 ของการติดเชื้อหัดเยอรมันจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ

พบแม่ท้องติดเชื้อหัดเยอรมันได้ประมาณร้อยละ 0.1-0.2? การติดเชื้อจากแม่สู่ทารกสามารถติดต่อได้ขณะแม่ตั้งครรภ์? โดยความรุนแรงของโรคและความพิการของทารกขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ขณะที่มีการติดเชื้อ? ซึ่งผลของการติดเชื้อหัดเยอรมันในขณะแม่ตั้งครรภ์ทำให้เกิดการแห้งทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือพิการโดยกำเนิดได้? แต่มีบางส่วนที่ไม่พบการติดเชื้อและไม่มีความพิการใด ๆ

ความพิการโดยกำเนิดของทารกจะเกิดจะมากที่สุดเมื่อติดเชื้อช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์? พบว่าทารกมีโอกาสติดเชื้อถึงร้อยละ 80 และจะพบทารกผู้หญิงตั้งครรภ์กับอันตรายจากหัดเยอรมันติดเชื้อในครรภ์ได้น้อยลงเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นถึงประมาณร้อยละ 54 ที่อายุครรภ์ 13-14 สัปดาห์ และร้อยละ 25 เมื่อติดเชื้อหลังไตรมาสที่ 2 เนื่องจากเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นจะเริ่มมีการส่งผ่านภูมิคุ้มกันจากแม่ไปยังลูกได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามการติดเชื้อหัดเยอรมันของทารกในครรภ์มิได้ก่อให้เกิดความพิการในทารกทุกราย? ซึ่งความพิการโดยกำเนิดของทารกที่พบ ได้แก่ ความผิดปกติทางตา (ต้อกระจก ต้อหิน ตาเล็ก) ความผิดปกติของหัวใจ ความบกพร่องทางการได้ยิน ทารกเติบโตช้าในครรภ์ ม้ามโตมีเกร็ดเลือดต่ำ ภาวะซีด ตับ รวมทั้งความผิดปกติของโครโมโซม ?การป้องกันหัดเยอรมันสามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน? ซึ่งความผิดปกติที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อหัดเยอรมันในครรภ์ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ

1. กลุ่มที่ปรากฏความผิดปกติขึ้นชั่วคราว จะสามารถพบได้นานถึง 6 เดือนหลังจากคลอด ได้แก่ ตับ ม้ามโต ตัวเหลือง ภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเกร็ดเลือดต่ำ ปอดอักเสบ

2. กลุ่มความผิดปกติถาวร
กลุ่มความผิดปกตินี้ ได้แก่ ความบกพร่องในการได้ยิน? ความผิดปกติของหัวใจโดยกำเนิด ความผิดปกติทางตา ความผิดปกติทางสมอง รวมทั้งภาวะปัญญาอ่อน ซึ่งพบได้ร้อยละ 10-20

3. กลุ่มที่ปรากฏความผิดปกติภายหลัง
คือไม่มีอาการแสดงขณะแรกคลอด พบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของทารกที่มีการติดเชื้อ แต่จะมีอาการแสดงออกภายหลังใน 10-30 ปี

ความผิดปกติที่พบบ่อย ได้แก่ ความบกพร่องของต่อมไร้ท่อ เช่น โรคต่อมไทรอยด์ เบาหวาน และภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต รวมทั้งความบกพร่องในการได้ยินและการมองเห็น ความบกพร่องของหลอดเลือดความดันโลหิตสูง โดยความผิดปกติของสมองมักพบในทารกที่แม่ติดเชื้อตั้งแต่ไตรมาสแรกของการตั้ง ครรภ์


การวินิจฉัย


ภาวะติดเชื้อหัดเยอรมันจากอาการต่าง ๆ นี้ อาจสังเกตเห็นได้ยากมีความแม่นยำค่อนข้างต่ำเนื่องจากอาการแสดงต่าง ๆ สามารถพบได้ในโรคติดเชื้ออื่น ๆ ด้วย? ซึ่งแม่ตั้งครรภ์ที่มีประวัติสัมผัสโรคหรือมีอาการคล้ายหัดเยอรมันในช่วงอายุครรภ์ก่อน 16 สัปดาห์? ควรได้รับการตรวจยืนยันการติดเชื้อหัดเยอรมันเพื่อช่วยในการตัดสินใจดูแลต่อไป? ในทางปฏิบัตินั้นนิยมใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการการตรวจระดับของ Immunoglobulin โดยจะส่งตรวจระดับของ Ig M.Specific Antibody ซึ่งสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่วันที่ 5 หลังผื่นขึ้น? และคงอยู่ 4-6 สัปดาห์ ก็จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้? นอกจากนี้ยังมีรายงานการตรวจแยกเชื้อไวรัสโดยตรวจจากน้ำลายและคอได้


การวินิจฉัยภาวะติดเชื้อหัดเยอรมัน

ในทารกก่อนคลอดมีความสำคัญ? โดยเฉพาะกรณีที่สงสัยการติดเชื้อหัดเยอรมันในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์แล้วผลการตรวจยืนยันในแม่ให้ผลไม่ชัดเจนทำได้โดยการตรวจ IgM ในเลือดลูก? การเก็บเลือดจากสายสะดือโดยตรงเนื่องจาก IgM ไม่ผ่านจากแม่สู่ลูกซึ่งตรวจได้หลังจากแม่ติดเชื้อแล้ว 7-8 สัปดาห์ และเมื่ออายุครรภ์ 20-22 สัปดาห์

สำหรับการตรวจจากน้ำคร่ำสามารถทำได้โดยมีโอกาสแท้งน้อยกว่า? แต่มีความยุ่งยากในทารกแยกเชื้อไวรัสและความน่าเชื้อถือค่อนข้างต่ำ

สำหรับการตรวจยืนยันทารกแรกคลอดที่สงสัยมักทำในกรณีที่แม่มีประวัติติดเชื้อหรือได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ในแม่ตั้งครรภ์ที่เคยมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อหัดเยอรมันหรือมีอาการแสดงควรได้รับการตรวจเชื้อทันที

ในกรณีที่ตรวจพบการติดเชื้อแม่ควรได้รับให้คำแนะนำถึงความเสี่ยงและความพิการโดยกำเนิดของทารกรวมทั้งตรวจยืนยันการติดเชื้อของทารก? โดยตรวจเลือดทารกหรือเจาะน้ำคร่ำ? หลังแม่ได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อจริงกรณีที่มีการติดเชื้อของทารกในครรภ์ด้วยแม่ควรได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับโอกาสเกิดความพิการโดยกำเนิดของทารกและการสิ้นสุดการตั้งครรภ์? หากการติดเชื้อเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกสำหรับการให้ Immunoglobulin หลังจากคุณแม่สัมผัสโรคซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าช่วยลดการติดเชื้อของทารกในครรภ์จึงไม่แนะนำให้ฉีดในทารกแรกคลอดที่ไม่มีอาการแสดงใด ๆ ควรได้รับการแยกจากทารกปกติ เพื่อสังเกตอาการและประเมินความผิดปกติที่อาจเกิดภายหลัง

การป้องกันหัดเยอรมันสามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือนนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
รักลูก

?

?

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เมนูหลัก
เว็บบอร์ด
cafe , ความรัก , ผู้หญิง , แม่และเด็ก , สาวออฟฟิต , ห้องครัว , บันเทิง , ท่องเที่ยว , การศึกษา , การ์ตูน , คอมพิวเตอร์ , สัตวเลี้ยง , วรรณกรรม , แม่ค้า
อื่น ๆ

 

บทความ
เว็บที่เกี่ยวข้อง
  • ออกแบบเว็บไซต์โดย Leaf7preject.com
  • ดูสถิติคนเข้าชมเว็บไซต์