การผ่าตัดเสริมถุงเต้านมเทียม PDF
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2009 เวลา 01:55 น.
เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งการเพิ่มขนาดหน้าอกนี้ก็เพื่อ

- เพื่อให้รูปร่างดูดีขึ้นซึ่งอาจจะเป็นการแก้ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่าเต้านมของตัวเองนั้นมีขนาดเล็กเกินไป

- เพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมหลังจากมีบุตร  หลังการให้นมบุตรหรือคลอดบุตรแล้วเต้านมอาจจะมีความตึงน้อยลง

- เพื่อแก้ไขขนาดที่แตกต่างของเต้านมทั้งสองข้าง

- เพื่อแก้ไขรูปทรงที่ผิดปกติซึ่งอาจจะเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดจากการผ่าตัด


ใครควรเสริมหน้าอก (เพิ่มขนาดเต้านม)


ผู้ที่จะเพิ่มขนาดเต้านมต้องมีความต้องการที่จะให้รูปร่างดูดีขึ้นผู้นั้นควรจะมีสุขภาพที่แข็งแรง  แต่ต้องอย่าหวังมากเกินไปว่ารูปร่างจะดูสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ


ชนิดของถุงเต้านมเทียม (Breast implants)

ถุงเต้านมเทียมจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ(ดูภาพประกอบ)

1. เปลือกถุง ซึ่งจะทำด้วยซิลิโคนลักษณะของเปลือกอาจจะเป็นผิวเรียบหรือผิวขรุขระ

2 สารที่บรรจุในถุง จะมีอยู่ 2 ชนิดคือ

2.1 น้ำเกลือ

2.2 ซิลิโคนเหลว


ผิวเรียบบรรจุวุ้น(ซิลิโคนเหลว) ผิวทรายบรรจุน้ำเกลือ


ผิวเรียบบรรจุวุ้น(ซิลิโคนเหลว)                 ผิวทรายบรรจุน้ำเกลือ


ผิวทรายบรรจุวุ้น(ซิลิโคนเหลว) ผิวทรายบรรจุวุ้น(ซิลิโคนเหลว)

ผิวทรายบรรจุวุ้น(ซิลิโคนเหลว)          ผิวทรายบรรจุวุ้น(ซิลิโคนเหลว)



มีความเสี่ยงแค่ไหนในการได้รับการเสริมเต้านม

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงที่เกิดจากการทำผ่าตัดทั่วไป เช่น เลือดออก เลือดคั่ง ติดเชื้อ  แต่มีอัตราการเกิดประมาณ 1-5 % ผลแทรกซ้อนจากการเสริมเต้านมอาจจะเกิดการรัดตัวของพังผืดที่อยู่รอบเต้านมทำให้เกิดความรู้สึกแข็งผิดปกติของเต้านมข้างนั้นบางครั้งอาจจะมีความรู้สึก เสียว ชา บริเวณหัวนมหรือบริเวณใกล้รอยผ่าตัด  ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเป็นปกติได้แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกเช่นนั้นตลอดไป ผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมสามารถให้นมบุตรได้ถ้าต้องการ  มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมบางรายมีอาการปวดตามข้อต่าง ๆ มีไข้ อ่อนเพลีย แต่จากการศึกษาโดยละเอียดไม่สามารถระบุความเกี่ยวพันระหว่างอาการเหล่านี้กับการเสริมเต้านมได้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมไม่ได้เพิ่มขึ้น  เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับการเสริมเต้านมแต่การตรวจเต้านมด้วยเอ็กซเรย์แมมโมแกรม ต้องใช้วิธีพิเศษ


ถุงเต้านมเทียมมีโอกาสแตกรั่วหรือไม่

ถุงเต้านมเทียมมีโอกาสแตกหรือรั่วได้ไม่เกี่ยวกับการได้รับกระแทกอย่างรุนแรง  ถ้าเป็นน้ำเกลือเต้านมด้านนั้นจะยุบลงโดยรวดเร็วน้ำเกลือที่รั่วออกมาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสโลหิตไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด  ถ้าเป็นซิลิโคนเหลวจะเกิดได้ 2 กรณี อย่างแรกถ้าพังพืดที่หุ้มรอบถุงไม่แตกอาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดการรั่วขึ้น ถ้าพังพืดที่หุ้มรอบฉีกขาดซิลิโคนเหลวจะออกมานอกถุงแล้วอาจจะเกิดพังพืดหุ้มรอบซิลิโคนนั้นใหม่เต้านมข้างนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปและอาจจะรู้สึกแข็งมากขึ้น


วางแผนสำหรับการผ่าตัด

ถ้าท่านสนใจที่จะได้รับการผ่าตัดควรจะพบแพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายของท่าน  และสภาพเต้านมของคุณและสามารถจะคุยซักถามและบอกความต้องการของคุณต่อแพทย์เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำผ่าตัดต่อคุณ

ระยะพักฟื้นจากการผ่าตัด ประมาณ 5-7 วัน

ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 2-4 ชั่วโมง



การผ่าตัด

รอยผ่าตัดอาจจะอยู่ที่รักแร้ รอบปานนม กลางปานนม ใต้ฐานนม สะดือ


การผ่าตัดเต้านม การผ่าตัดเต้านม

(ภาพ 1) ก่อนผ่าตัด                      (ภาพ 2)หลังผ่าตัด   



ตำแหน่งถุงเต้านมเทียม


การผ่าตัดเต้านมใส่ซิลิโคน การผ่าตัดเต้านมใส่ซิลิโคน

อยู่ใต้กล้ามเนื้อ (ภาพ3)                 อยู่ใต้เนื้อเต้านม (ภาพ 4)


หลังผ่าตัด

คุณจะรู้สึกตึงปวดได้บ้างประมาณ 2-3 วัน หลังผ่าตัดรูปร่างของเต้านมจะดูเป็นธรรมชาติประมาณ 1-2 เดือนคุณอาจจะต้องนวดเต้านมที่เสริมตามคำแนะนำของแพทย์อีกประมาณ 3-6 เดือน




กฎหมายใหม่ของเต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย

หมอสมพล : ผู้คนสมัยนี้ไม่ว่าหญิงหรือชายต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามกันทั้งนั้นนะครับ การผ่าตัดเพื่อเสริมแต่งความงานตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็เลยกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว  โดยเฉพาะการผ่าตัดเสริมทรวงอกนั้นมีผู้นิยมทำกันค่อนข้างมากทีเดียว การผ่าตัดเสริมทรวงอก เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย

การผ่าตัดเสริมทรวงอกหรือการเสริมเต้านมไม่ว่าจะเป็นการฝังวัสดุหรือฉีดสารเข้าไปเสริมน่าจะมีความปลอดภัยหากผู้ที่กระทำเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ  แต่เนื่องจากกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการเสริมทรวงอกมักจะรู้ไม่เท่าทันโดยไปใช้บริการจากผู้ที่ไม่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญจนก่อให้เกิดอันตรายขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงประกาศให้เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกายเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องแจ้งรายการละเอียดต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 มีนาคม 2541 เป็นต้นไป

เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฝังในร่างกายเพื่อทดแทนเต้านมส่วนที่ขาดหายไป  หรือเพื่อให้เกิดความสวยงามรวมทั้งการใช้ฉีดสารเข้าไปด้วย  การใช้เต้านมเทียมชนิดนี้จะต้องใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้นนั่นก็คือจะต้องให้แพทย์เป็นผู้ผ่าตัดฝังหรือฉีดซิลิโคนให้แก่ผู้ที่ต้องการและควรจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือ แพทย์ทางศัลยกรรมตกแต่ง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นหมอผ่าตัดที่ฝึกมาทางการตกแต่งเสริมความงามเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและตัวผู้ถูกผ่าไม่ต้องกลายเป็นหนูทดลองสำหรับหมอ  แล้วคุณจะได้มีทรวงอกที่สวยงามตามที่ต้องการอีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สมาคมแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เมนูหลัก
เว็บบอร์ด
cafe , ความรัก , ผู้หญิง , แม่และเด็ก , สาวออฟฟิต , ห้องครัว , บันเทิง , ท่องเที่ยว , การศึกษา , การ์ตูน , คอมพิวเตอร์ , สัตวเลี้ยง , วรรณกรรม , แม่ค้า
อื่น ๆ

 

บทความ
เว็บที่เกี่ยวข้อง
  • ออกแบบเว็บไซต์โดย Leaf7preject.com
  • ดูสถิติคนเข้าชมเว็บไซต์