|
วันอาทิตย์ที่ 06 ธันวาคม 2009 เวลา 14:33 น. |
|
ดร. ไลนัส พอลลิ่ง เจ้าของรางวัลโนเบลถึงสองครั้งสองครากล่าวว่า "ความแก่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์" เมื่อเซลล์ตายและต้องเกิดใหม่ ก่อนตายต้องอาศัยดีเอ็นเอเป็นตัวสร้างและดีเอ็นเอก็ต้องอาศัยลูกน้องคือ อาร์เอ็นเอเป็นตัวทำงาน
จากความลับข้อนี้เราจะสามารถรู้ได้ว่าเราสามารถสร้างเซลล์ที่กำลังเสื่อมให้กระปรี้กระเปร่าหรือคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาได้นั้น เราต้องให้อาหารหรือยาแก่นิวเคลียสของเซลล์นั่นคือดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอ
อาหารหลักที่ประกอบด้วยดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอ คือ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดขาวและอาหารดังกล่าวนี้จะได้ผลดียิ่งขึ้น จะต้องกินพร้อมกับอาหารกลุ่มอื่น ๆ อย่างครบถ้วน และจัดสัดส่วนให้ได้ปริมาณที่ถูกต้อง
ความเป็นหนุ่มเป็นสาวจงเจริญ
เราลองมาเช็คกันดีกว่าว่า คุณกิน "ถูก" หรือยัง
1. กินอาหารที่เป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ถ้าเป็นข้าวก็ใช้ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ถ้าเป็นผักก็เป็นผักธรรมดาไม่ใช่ผักกระป๋องหรือผักแช่แข็งจากเมืองนอกเวลากินก็ทำน้ำพริกสักถ้วยใช้ผักสดหรือผักต้มจิ้ม
2. กินอาหารที่ไม่มีท็อกซิน จำพวกผักผลไม้ที่เต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือยาดองศพในปลาและอาหารทะเล เนื้อสัตว์สมัยนี้เลี้ยงมาจากฟาร์มที่กินอาหารสำเร็จรูป และสารเพิ่มสีแดง
3. งดอาหาร เนื้อ หมู ไก่ น้ำตาลขาวทุกชนิดรวมทั้งอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่ผลิตจากน้ำตาล เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ไอศกรีม น้ำหวานต่าง ๆ อาหารมันที่ใชน้ำมัน เนย นม กะทิ แป้งขาวทุกชนิด เช่น ข้าวขาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปังขาว
4. กินแต่ละมื้อให้พอดี ปริมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของกระเพาะ แต่กินมื้อย่อย ๆ เพิ่มเติม เช่น มื้ออาหารว่างก่อนมื้อกลางวันและอาหารว่างมื้อบ่าย
5. เคี้ยวให้ละเอียด อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิตแนะนำว่า ควรเคี้ยวช้า ๆ ถ้าเป็นไปได้ ควรคำละประมาณ 50 ครั้ง
6. กินให้หลากหลาย เราควรสำรวจอาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อว่าครบประเภทและได้ปริมาณเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะหากร่างกายส่งสัญญาณว่าขาดอาหารประเภทใดก็ให้กินเสริม

ทำไมต้องกินให้หลากหลาย
เพราะแต่ละอวัยวะทำหน้าที่แตกต่างกันไปจึงต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันด้วยอาหารนานาที่เราจำเป็นต้องกินนั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ กลุ่มแมคโคร (Macro) และกลุ่มไมโคร (Micro)
แมคโคร เป็นกลุ่มที่ให้หรือสร้างพลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
คาร์โบไฮเดรต คือ สารประกอบซึ่งมีแป้ง น้ำตาลและเซลลูโลสเป็นสารประกอบย่อย ให้พลังงานสูงสุดแก่ร่างกาย คาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งย่อยโดยเอนไซม์ในน้ำลายในปากเราก่อนถึงกระเพาะกลูโคสเป็นอาหารสำคัญสำหรับสมองและเซลล์ประสาทส่วนกลาง ร่างกายเราต้องการคาร์โบไฮเดรตไปใช้ในร่างกายของเราอย่างน้อยวันละ 50 กรัม หากรับประทานน้อยกว่านี้ ไม่ช้าร่างกายจะเกิดอาการ Ketosis ซึ่งเป็นอาการของกรดในเลือด ซึ่งเกิดจากการใช้ไขมันและโปรตีนในร่างกายมากคนเกินไป (Ketoacidosis) และทำให้เกิดอาการโคม่าและถึงตายได้ เมื่อคาร์โบไฮเดรตสำคัญต่อร่างกายขนาดนี้เราจึงต้องกินคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดขาวถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของอาหารแต่ละมื้อ
โปรตีน คือ สารที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นไนโตรเจนและตัวประกอบที่สำคัญที่สุดของโปรตีนคือ กรดอะมิโน (Amino Acids) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 22 ตัว ส่วนใหญ่ร่างกายสร้างเองได้ ยกเว้น 8 ตัวเท่านั้นที่ร่างกายต้องการจากอาหาร ได้แก่ Isoleucine Leucine Lysine Methionine Phenylalanine Threonine Trytophan และ Valine
ไขมัน คือ สารซึ่งประกอบไปด้วยกรดไขมันเราแบ่งออกกว้าง ๆ ตามลักษณะเป็นไขมันขาว ซึ่งอยู่ในเซลล์ของร่างกายและไขมันน้ำตาล ซึ่งอยู่ทั่วร่างกายในลักษณะของน้ำมันถ้าเราแบ่งตามรูปแบบทางเคมี เราจะแบ่งเป็นไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid) และไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid)
ไมโครสารอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้คือ วิตามิน และแร่ธาตุ ร่างกายเราอาจไม่ต้องการมากเพียงหนึ่งในหมื่นหรือหนึ่งในแสน เมื่อเทียบกับกลุ่มแมคโครแต่กลุ่มนี้ก็มีความสำคัญมากหากร่างกายได้แต่กลุ่มแมคโครไม่มีกลุ่มไมโครอาหารกลุ่มแรกก็จะบูดเน่าเป็นขยะ ไม่สามารถแปลงตัวเองไปเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายได้
หน้าที่ของไมโคร คือ เป็นตัวก่อตั้งหมายความว่าเป็นตัวเริ่มต้นกะเกณฑ์ว่าจะเริ่มต้นพาอาหารไปเลี้ยงร่างกายอย่างไร
ผลักดันพลังงาน เพราะงานทุกขั้นตอนที่เกิดในร่างกายมักจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีทั้งสิ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ถ้านับเป็นส่วน ๆ แต่ละส่วนก็จะต้องส่งต่อกันเป็นทอด ๆ เพราะแต่ละส่วนแต่ละทอดจะให้พลังงานและเกิดพลังงานแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน
ควบคุม เมื่อทำงานเป็นทอด ๆ แล้ว เมื่องานเสร็จก็ต้องควบคุมต่ออีกว่างานนั้นจะไปที่ใคร
แร่ธาตุที่จำเป็น ได้แก่ แคลเซียม คลอรีน โครเมียม โคบอลต์ ทองแดง ฟลูออรีน ไอโอดีน เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานิส โมลิบดีนัม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซีลีเนียม โซเดียม กำมะถัน วาเนเดียม สังกะสี
วิตามินที่จำเป็น ได้แก่ วิตามินเอ บี1 บี2 บี5 บี6 บี12 บี15 บี17 ซี ดี อี เอฟ เฮส เค พี ทีและยู Choline Inositol Folic Acid Niacin PABA ฉะนั้น ถ้าขาดอาหารกลุ่มนี้คุณจะป่วยร้ายแรงได้
น้ำ น้ำเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของสารอาหารเพราะสามในสี่ของร่างกายคือน้ำและหน้าที่ของน้ำนั้น ได้แก่ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยดูดซึม ช่วยการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย ช่วยถ่ายของเสียออกจากร่างกายและรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ที่ 37 องศาเซลเซียส วันหนึ่งเราควรกินอาหารวันละ 4- 6 แก้ว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ชีวจิต
|