|
วันพุธที่ 13 มกราคม 2010 เวลา 13:18 น. |
|
โดย รศ.ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
เครื่องสำอางนั้นถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่ที่สำคัญอันดับ 5 ของผู้หญิงส่วนใหญ่ ซึ่งผิวหนังทุกคนมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) แพทย์หญิง Zoe Diana Draelos ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ผิวหนังที่ Woke Forest University School of medicine ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำว่า ผู้หญิงทั้งหลายควรมีความรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบของเครื่องสำอางที่ตนเอง กำลังเลือกซื้อ และได้แนะนำเคล็ดลับ 10 ประการไว้ดังนี้
1.เลือกแบบแป้งดีกว่าแบบเหลว (Choose powder when possible)
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชนิดแป้งสามารถที่จะช่วยดูดซับความมันของผิวหนังได้ และยังมีส่วนประกอบจำพวกสารกันเสียและสารชนิดอื่น ๆ ในปริมาณที่น้อยทำให้โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือการระคายเคืองน้อยกว่าชนิดที่เป็นน้ำ
2.หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางกันน้ำ (Avoid waterproof cosmetics)
บางคนอาจคิดว่าเครื่องสำอางชนิดกันน้ำ เช่น มาสคาร่า ติดทนนานทั้งวัน แต่อย่าลืมว่าเวลาที่เราต้องการล้างออกก็จะยากเช่นกัน เพราะเครื่องสำอางสำหรับเช็คคราบชนิดที่กันน้ำนั้นต้องมีองค์ประกอบของสารละลายอินทรีย์หลายชนิดผสมกันเพื่อละลายและลอกไขมันออกให้หมดจรด โอกาสที่จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้และระคายเคืองจึงมีมากทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์กันน้ำจะปลอดภัยที่สุด
3.อย่าใช้เครื่องสำอางเก่าและหมดอายุ (Throw out old cosmetics)
เวลาซื้อเครื่องสำอางให้สังเกตวันเดือนปีที่ผลิตและวันเดือนปีที่หมดอายุ ถ้าสินค้าเก่าเก็บหรือตกค้างนาน ๆ จนเลยวันหมดอายุอย่าซื้อใช้โดยเด็ดขาดไม่ว่าราคาจะถูกเพียงใดก็ตาม เพราะเครื่องสำอางหมดอายุมักจะเสื่อมคุณภาพและอาจเกิดการสลายตัวของสารเคมีทั้งหลายที่เป็นองค์ประกอบตลอดจนอาจก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้โดยที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่หากซื้อมาใช้และใช้นานเป็นปีจนเลยวันหมดอายุก็ให้ปฏิบัติเช่นกัน ควรโยนทิ้งไม่ต้องเสียดายเพราะอาจนำผลร้ายมาสู่สุขภาพผิวหนังได้
4.การเลือกใช้ดินสอเขียนขอบตาและมาสคาร่า (Use black-colored eyeliner and mascara products)
ควรเลือกดินสอเขียนขอบตาและมาสคาร่าเป็นสีดำจะปลอดภัยกว่าสีอื่น ๆ และโอกาสแพ้จะมีน้อยกว่า

5.ใช้ดินสอเขียนขอบตาและคิ้วดีกว่า eyeliner ชนิดเหลว (Use pencil eyeliner and eyebrow filters)
ผลิตภัณฑ์ชนิดแท่งเช่นดินสอจะมีองค์ประกอบหลักจำพวกแวกส์และองค์ประกอบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย ทำให้โอกาสแพ้ลดลงซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ประเภทของเหลว (Liquid eyeliners) จะมีส่วนประกอบของยางลาเทกส์ (latex) ทำให้เกิดแพ้ได้ในผู้ที่แพ้สารเคมีชนิดนี้ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ชนิดแท่งหรือดินสอจะล้างออกง่ายกว่า
6.เลือกใช้สีทาเปลือกตาชนิดเอิร์ทโทนจะระคายเคืองน้อยกว่าสีโทนอื่น ๆ (Stick to earth-toned eye shadows)
สีในกลุ่มเอิร์ทโทน เช่น สีแทน สีครีม สีขาวหรือสีเนื้ออ่อนจะทำให้โอกาสในการเกิดการแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่าสีชนิดอื่น ๆ เพราะสีเข้มมาก ๆ มักจะได้จากการผสมเคมีหลาย ๆ ชนิดเข้าด้วยกันโอกาสแพ้จึงมีสูงกว่า
7.ตรวจสอบสารกันแดดว่าปลอดภัยหรือไม่ (Check sunscreen ingredients)
โดยทั่วไป FDA และแพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) ประมาณเบอร์ 15 และต้องสามารถกรองได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายไม่แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดชนิดที่เป็นสารเคมีควรเลือกใช้ครีมกันแดดชนิดที่สะท้อนรังสีหรือที่เรียกกันว่า Physical sunscreen ซึ่งมีผงแป้งไตเตเนี่ยมไดออกไซด์ (TiO2) และ ZnO เป็นองค์ประกอบ เพราะนอกจากจะสามารถสะท้อนรังสีได้ดีแล้วยังไม่มีผลทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามขอให้ดูที่ฉลากว่าครีมกันแดดที่ต้องการซื้อนอกจากมี TiO2 และ ZnO แล้วยังมีสารกันแดดอื่น ๆ ที่อาจทำให้แพ้ได้อีกหรือไม่เพราะโดยมากครีมกันแดดมักจะมีสารกันแดดหลาย ๆ ชนิดผสมกันเพื่อต้องการให้ป้องกันแดดได้มาก ๆ นั่นเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค
|